สวนป่าในบ้าน

สวนป่าในบ้าน

หนึ่งในสไตล์การจัดสวนที่ได้รับความนิยมมากสำหรับบ้านที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่คือการจัดสวนป่า เพราะเป็นสวนที่ให้ความชุ่มเย็นรื่มรื่น หรือเรียกกันทั่วไปในหมู่นักจัดสวนว่า Shade Garden ซึ่งต้องเข้าใจก่อนว่า สวนป่า ในความหมายที่เราพูดถึงนี้ หมายถึงการออกแบบสวนที่เน้นการใช้ต้นไม้ใหญ่ประเภทไม้ใบเป็นหลัก ที่จะให้ร่มเงาเกือบตลอดปี มีการจัดวางผังและกำหนดรูปแบบพันธุ์ไม้ให้มีลักษณะคล้ายป่าธรรมชาติ ไม่ได้หมายถึงการปลูกป่าไม้สักทอง ป่าดงดิบ หรือป่าชายเลน ขึ้นในโครงการบ้านจัดสรร

เป้าหมายของสวนประเภทนี้ คือความร่มเย็น จากบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ราวกับว่าสวนนั้นได้เกิดขึ้นเองไม่ใช่ด้วยน้ำมือของมนุษย์ ดังนั้น จึงไม่ควรใช้ต้นไม้ที่ต้องตัดแต่งเป็นรูปต่างๆ โดยหลีกเลี่ยงการใช้ไม้ดัด ไม่ว่าจะเป็น ตะโกดัด ข่อยดัด ชาดัด เป็นรูปสัตว์ต่างๆ ที่นอกจากจะไม่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติแล้ว ยังไม่เหมาะในการดูแลรักษา เพราะต้นไม้ในลักษณะที่กล่าวมา นี้ต้องการแสงจัดและทั่วถึง ซึ่งขัดกับลักษณะของสวนป่าที่ต้องการความร่มรื่น มีร่มเงา

หัวใจสำคัญในการจัดสวนป่าคือขนาดของพื้นที่ต้องมีมากพอสมควรสำหรับปลูกไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ และการเลือกพันธุ์ไม้ที่นำมาลงอื่นๆ ก็ต้องเป็นต้นไม้ประเภทที่ไม่ต้องการแสงแดดมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกพันธุ์หญ้าหรือพืชคลุมดิน ต้องเลือกพันธุ์ที่ชอบแสงรำไร เนื่องจากหญ้าและไม้คลุมดินของสวนทั่วไปมักเป็นต้นไม้ที่ต้องการแดดจัด ถ้าเลือกมาลงผิดที่ก็อาจจะไม่งอกงามหรืออาจตายหมดในระยะเวลาอันสั้น

หลักการเลือกพันธุ์ไม้สำหรับสวนป่าคือการลดภาระด้านการบำรุงรักษา ดังนั้นจึงควรเลือกปลูกไม้พื้นถิ่น (native plant)  หรือพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพพื้นที่ สามารถเจริญเติบโตได้เองโดยไม่ต้องดูแลมาก ทนต่อโรคและแมลงศัตรูพืชในเขตพื้นที่ของเราได้ดี

การวางผังของสวนป่าในบ้าน ต้องคำนึงถึงทิศทางของแสงแดดและทิศทางลม โดยทั่วไปนิยมลงไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่มีลำต้นสูงและมีใบหนาทึบไว้ในทิศใต้และทิศตะวันตกเพื่อกันแดด และถ้าจะขุดสระหรือสร้างแหล่งน้ำขึ้น ควรวางตำแหน่งในทิศตะวันออกและทิศเหนือ ให้แหล่งน้ำได้รับแสงธรรมชาติบ้าง แต่ไม่ควรให้บ่อน้ำหรือสระน้ำของเรารับแสงแดดจัดโดยตรงเพราะแทนที่จะได้ความชุ่มเย็น จะกลับได้ผลตรงกันข้าม เนื่องจากผิวน้ำที่โดนแสงแดดจัดตกกระทบจะกลายเป็นเหมือนกระจกเงาที่สะท้อนแสงและเกิดละอองไอน้ำเป็นตัวนำคลื่นความร้อนเข้าบ้าน อาจจะยิ่งร้อนเข้าไปใหญ่ โดยรูปทรงของแหล่งน้ำและองค์ประกอบต่างๆที่ใช้ตกแต่งสวน ควรใช้วัสดุธรรมชาติ หรือเป็นวัสดุที่มีลักษณะดิบๆ ไม่มีลักษณะที่ดูประดิษฐ์ประดอย หรือดูแข็งกระด้างขัดแย้งกับลักษณะของป่า การปลูกไม้ดอกหอมโดยพิจารณาจากช่วงเวลาที่ดอกบานส่งกลิ่น และตำแหน่งทิศทางลมที่ต้องการได้รับกลิ่น

แม้สวนป่าจะเป็นสวนที่มีหน้าตาเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าจะมาปลูกในบ้านเราก็ต้องมาจากการวางแผงอย่างดี การจัดกลุ่มพันธุ์ไม้ จะต้อง ศึกษาประเภทของพันธุ์ไม้ที่จะนำมาปลูกเพื่อให้ได้พันธุ์ไม้ที่มีการสลับกันผลัดใบและผลัดกันออกดอก ไม่ใช่ใบร่วงพร้อมกันทีเดียวหมดทั้งสวน หรือพอออกดอกแล้วก็พากันเหี่ยวแห้งโรยราพร้อมกันจนดูน่าอับเฉา การศึกษาพันธุ์ไม้ที่จะเลือกปลูกให้ดี จะทำให้สวนของเราสวยได้ตลอดปี โดยนอกจากจะปลุกไม้ใบและไม้ดอกแล้ว ยังอาจเพิ่มเติมไม้ผลที่กินได้ หรือแซมพวกพืชผักสวนครัว และสมุนไพร ที่ไม่ต้องการแสงแดดหรือการดูแลรักษามากนักลงไปด้วย

 

สวนป่าที่ออกแบบและดูแลอย่างดีจะให้ประโยชน์และสวยงาม เหมาะกับในประเทศในเขตร้อน  ร่มเงาของพันธุ์ไม้ยืนต้นช่วยลดอุณหภูมิของดวงอาทิตย์ ช่วยประหยัดพลังงานในอาคาร แต่ข้อควรคำนึงถึงในการสร้างสวนป่าขึ้นในบริเวณบ้าน คือต้องเข้าใจวิถีของธรรมชาติ เพราะอาจมีลักษณะรกครึ้ม มีวัชพืช กาฝาก หรือตะไคร่ เกิดขึ้นในบริเวณต่างๆ รวมถึงอาจมีสัตว์น้อยใหญ่ที่เราไม่ได้หามาเลี้ยง ค่อยๆอพยพโยกย้ายถิ่นฐานเข้ามาพึ่งพิงอิงอาศัย ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่น่ารักน่าชังอย่างกระรอก นก ผีเสื้อ แมลงสีสวย หรือสัตว์ที่เราไม่ชอบ อย่างเช่นหนอน งู ตะขาบ กิ้งก่า จิ้งเหลน ฯลฯ รวมถึงการมีพื้นที่ชื้นๆ หรือแอ่งน้ำขังก็อาจจะเป็นที่เพาะพันธุ์ของยุง ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ก็ไม่ควรมองว่าเป็นปัญหาหรืออุปสรรค หากตั้งใจจะทำสวนป่าในบ้านจริงๆ แต่ควรมองว่าเป็นองค์ประกอบของธรรมชาติที่พยายามจะสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นภายในตัวมันเอง ซึ่งสิ่งที่เราควรเตรียมการหรือเตรียมใจ ก็คือการศึกษาให้เข้าใจถึงรายละเอียดข้อเท็จจริงของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นความผันแปรของฤดูกาล ความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในแต่ละช่วงเวลา ลักษณะพืชพันธุ์ หรือวงจรชีวิตของสัตว์ต่างๆ เช่น แทนที่เราจะกำจัดแมลงศัตรูพืชด้วยสารเคมี ก็อาจใช้กระบวนการทางชีวภาพมาจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพันธุ์พืชที่มีกลิ่นฉุน มีสรรพคุณช่วยไล่แมลง การเลี้ยงปลาในแหล่งน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้มียุง ดังนี้เป็นต้น

                โครงสร้างการเลือกใช้พันธุ์ไม้ของสวนป่าก็ไม่ต่างจากสวนทั่วไปมากนัก ประกอบด้วย ไม้ยืนต้น ไม้พุ่มสูง ไม้พุ่มเตี้ย ไม้ดอก และไม้คลุมดิน แต่การจัดวางจะหลีกเลี่ยงรูปทรงที่เป็นเรขาคณิตหรือดูจงใจให้เป็นระเบียบเรียบร้อยผิดธรรมชาติ สีสันโดยรวมของสวนประเภทนี้มีสีเขียวเป็นตัวยืนพื้น ซึ่งความสวยงามจะเกิดจากความหลากหลายในการใช้รูปทรง ผิวสัมผัส และโทนสีที่แตกต่างกันมาสร้างความน่าสนใจ โดยอาจมีแซมด้วยสีสดใสของไม้ดอกบ้างเล็กน้อย และอาจแทรกด้วยไม้ใบสีสด เช่น หมากผู้หมากเมีย โกสน รวมถึงพวกกล้วยไม้และพืชตระกูลกาฝากต่างๆ มาจัดให้เกาะเกี่ยวกับต้นไม้ใหญ่ก็เป็นการสร้างบรรยากาศสวนป่าที่ดีได้

                องค์ประกอบอื่นๆ เช่นก้อนหิน ทางเดิน เฟอร์นิเจอร์ หรืออุปกรณ์ตกแต่งสวน ควรเลือกประเภทที่ใช้วัสดุธรรมชาติ และต้องยอมรับว่า จะต้องมีการเสื่อมชำรุดทรุดโทรมง่ายกว่าวัสดุสังเคราะห์ แต่หากเราตระหนักถึงความไม่เที่ยงแท้อันเป็นวิถีของธรรมชาติ การเฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงอันเป็นสัจธรรมในฐานะที่เป็นความงามชนิดหนึ่ง คู่ขนานไปกับการผลิดอกออกผลและการร่วงโรยของทุกสรรพสิ่ง อาจสร้างความรื่นรมย์และความสุขสงบให้เกิดแก่จิตใจของคนรักสวนได้ไม่มากก็น้อย 

Buttercup Garden

Buttercup Garden เป็นนามปากกาของนักออกแบบจากรั้วจามจุรี ที่หลงรักช่วงเวลาดีๆในสวน และมีความสุขกับการถ่ายทอดเรื่องราวน่ารู้และไอเดียเกี่ยวกับสวน เพื่่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่ปรารถนาความรื่นรมย์ในโลกสีเขียว และการจัดสวนสวยในบ้านด้วยตัวเอง

You may also like...